วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พระพุทธศาสนาคือความหวัง..

พระอาทิตย์กำลังขึ้นทางทิศตะวันตก
ชาวพุทธ..ในสหรัฐอเมริกา.. คนต่างชาติหันมานับถือพระพุทธศาสนา ...
ชาวไทยพุทธใน เมืองไทยเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกว่าโชคดีที่ได้เกิดในประเทศไทยที่มีศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรือง
แสงสว่างของพระพุทธศาสนากำลังเจิดจรัสในแผ่นดินอเมริกาและยุโรป
Cr.Fb :ส.แสงเทียน ตะวันธรรม

เมื่อพุทธศาสนามีภัย!

อินเดีย 1193 
พระสงฆ์เป็นพันเป็นหมื่นอดทนขันตินั่งนิ่งในมหาวิทยาลัยนาลันทาถูกอิสลามตัดคอเหมือนตัดกล้วย เผาศาสนสมบัติต่ออีกหลายเดือน และพุทธศาสนาสาบสูญไปจากอินเดีย
เวียดนาม 1963 
พระทิกกวางดึ๋กเผาตัวตาย เรียกร้องความเป็นธรรมให้พระพุทธศาสนา จากการข่มขี่ของผู้นำนับถือศาสนาคริสต์ แม้ยังมีเงื่อนงำถึงตอนนี้
ธิเบต 1987-88 
พระสงฆ์นำโดยองค์ Dat Lai Lat Ma ต่อสู้เพื่ออิสระภาพจากจีนของชาวธิเบต เสียเลือดเนื้อจนต้องไปอาศัยอินเดียหาวิธีแก้ไขต่อไป
พม่า 2015 
พระสงฆ์ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย จากรัฐบาลทหาร จนได้ความเปลี่ยนแปลงไม่กีวันที่ผ่านมา ซึ่งพระตายไปไม่น้อย
ไทย 2016 
พระสงฆ์และพุทธบริษัท ชุมนุมเรียกร้องความเป็นพุทธศาสนาประจำชาติ ให้รัฐปฏิบัติตามพรบ.สงฆ์ การบริหารคณะสงฆ์ และสัมมนาภัยต่อพุทธศาสนา

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

**แผนร้าย ขบวนการล้มพุทธในไทย**

@ขบวนการล้มพุทธ@

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก
ล้มพุทธในไทยได้ ก็เหมือนตัดรากแก้วพระพุทธศาสนาของโลก**

**แผนร้าย ขบวนการล้มพุทธในไทย**
1. ทำลายศรัทธาต่อพระสงฆ์ 

ด้วยการใส่ร้าย ป้ายสี ดูถูก หมิ่นหยามต่อพระภิกษุสงฆ์ ผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

- นำเสนอข่าวไม่ดีของพระ เมื่อมีข่าวไม่ดีของพระเพียงไม่กี่รูป ก็นำเสนออย่างเอิกเกริก แต่เมื่อพระอีกหลายแสนรูปทำความดี ไม่นำเสนอข่าว

- ส่งคนมาปลอมบวช เพียงไม่กี่ปีก็เป็นเจ้าอาวาส แล้วสร้างเรื่องเสียหายให้เป็นข่าวรายวัน ให้สังคมรู้สึกว่า พระสงฆ์ไม่ไหวแล้ว มีแต่เรื่องเสียหาย

- ตัดต่อภาพพระสงฆ์โดยเฉพาะพระที่มีคนศรัทธามาก ให้เป็นภาพเสียหาย แต่งตัวแปลกประหลาด แต่งหน้าทาปาก แล้วชักชวนให้แชร์ต่อๆ กันไป 
เพื่อให้ชาวพุทธคุ้นชินกับการด่าพระ มองพระเป็นตัวตลก

2. ทำลายศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อองค์กรปกครองสงฆ์

อาศัยจุดอ่อนที่องค์กรสงฆ์ไม่เชี่ยวชาญในการใช้สื่อ
และเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างกระแสผิดๆ ว่า 
องค์กรปกครองสงฆ์เชื่องช้า ไม่มีประสิทธิภาพ 
เต็มไปด้วยเส้นสาย การติดสินบน 
ประนามหยามเหยียดผู้ปกครองสงฆ์ทุกระดับ 
จนถึงผู้รักษาการสมเด็จพระสังฆราช 

ตีให้เจ็บ ตีให้อาย ตีให้น่วม ตีให้ยอม ตีให้อยู่ ตีให้สยบ แล้วก็จะรื้อพรบ.สงฆ์ ให้ฆราวาสมาปกครองพระ ยึดทรัพย์สินของพระและวัดให้ฆราวาสเข้าควบคุม บีบให้พระอยู่ไม่ได้สึกออกไป วัดจะร้าง วัดร้างมากๆ ก็ยึดเอาไปทำมัสยิด เหมือนที่เกิดขึ้นในภาคใต้

3. ทำลายองค์กรสงฆ์ที่เข้มแข็ง

องค์กรสงฆ์ที่เข้มแข็งในประเทศไทย คือ

3.1) วัดพระธรรมกาย 

ใช้เล่ห์กล ยัดข้อหาว่าไม่ใช่พุทธแท้ ทุกกิจกรรมที่วัดพระธรรมกายทำขึ้น และจะมีผลต่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในไทยมาก อาทิ

- บวชพระครั้งละแสนรูป
- จัดตักบาตรพระคราวละมากๆ 
- จัดเดินธุดงค์

ก็ยัดข้อหา ทำเพื่อหาเงิน ทำให้รถติด โหมกระหน่ำทางสื่อให้สังคมมองเป็นภาพลบไปก่อน

>>ถ้าล้มวัดพระธรรมกายซึ่งเข้มแข็งที่สุดได้ วัดอื่นๆ ก็ไม่มีเหลือ**

3.2) วัดป่าสายอีสาน 

เมื่อล้มธรรมกายได้ วัดป่า คือ เป้าหมายต่อไป 
ซึ่งมีการโจมตีชิมลางดูแล้ว เช่น เจิมศักดิ์จัดรายการตามหาแก่นธรรม ถามนำโจมตีหลวงตามหาบัว ที่ประกาศตนเป็นพระอรหันต์ ว่า พระอรหันต์โกรธได้ไหม ใช้คำหยาบได้ไหม จับเงินทองได้ไหม อัฐิของพ่อแม่ครูอาจารย์สายวัดป่า ที่ศิษยานุศิษย์เคารพศรัทธาว่ากลายเป็นแก้ว เป็นพระธาตุ ก็โจมตีว่ายึดติดกับกระดูก ผิดหลักพุทธ ไม่ปล่อยวาง พระอาจารย์มั่นนั่งสมาธิแล้วพบพระพุทธเจ้า
กับพระอรหันต์เสด็จมาเยี่ยม ผิดหลักพุทธ 

>>ล้มธรรมกายได้* วัดป่าสายอีสานก็จะต้องเจอข้อหา
อวดอุตริ ไม่ใช่พุทธแท้ เพี้ยน เป็นพุทธเทียม**

3.3) มหาวิทยาลัยสงฆ์ 

มีพระนิสิตนับหมื่นรูป ช่วยพัฒนาคุณภาพของสงฆ์โดยรวมมาก แต่ก็มีแผลมาก แต่เรื่องพระนิสิตเป็นตุ๊ด แต๋ว กับเรื่องการเงิน ก็จะกลายเป็นมหากาพย์ฉาวโฉ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ไปเป็นปี 

>>ฝ่ายตรงข้ามเขาฉลาดในการยืมมือพุทธล้มพุทธ เช่น หลอกใช้ลูกศิษย์สายวัดป่าบางส่วนโจมตีธรรมกาย และเป็นการทำให้คนคุ้นชินกับการด่าพระไปในตัว เก็บธรรมกายได้ค่อยทำลายวัดป่าต่อ ซึ่งก็จะล้มง่ายขึ้น เพราะภาพลักษณ์พระและพุทธเสียไปแล้ว

>>ในอินเตอร์เน็ตเราไม่รู้ตัวตนจริงว่าเป็นพุทธ
หรือคนศาสนาอื่น ถูกเขาเสี้ยมชี้นำให้พุทธตีกันเอง

4. ฝ่ายตรงข้ามเขาดำเนินแผนอย่างมียุทธศาสตร์ 

4.1) การปกป้องตัวเอง 

มีกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ทำให้สื่อกลัว ไม่มีคอลัมนิสต์กล้าพูดหรือเขียนวิจารณ์มุสลิมแรงๆ 
ถ้ามีใครกล้า ก็ฆ่าตัดคอสักราย 2 ราย ที่เหลือก็กลัวหัวหด ให้ด่าพุทธได้อย่างเดียว ห้ามด่ามุสลิม แล้วมุสลิมอีกพวก
ก็ออกมาพูดว่า มุสลิมแปลว่าสันติ เป็นศาสนาแห่งสันติ 

4.2) การโจมตีทำลายพุทธ 

พื้นที่ไหนที่มุสลิมยังน้อย ก็จะบอกว่า ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ต้องเปิดกว้างมีเสรีภาพทางศาสนา ให้สร้างมัสยิดได้แบบเสรี แต่ที่ไหนมุสลิมมีมากขึ้น ก็ฆ่าพระ เผาวัด บีบชาวพุทธให้เปลี่ยนศาสนา

4.3) ส่งชาวมุสลิมเข้าไปอยู่ในองค์กรสำคัญ 

คอยออกกฎหมาย กฏระเบียบ
ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประเทศมุสลิม 

>>ยุทธศาสตร์ของขบวนการล้มพุทธนั้นลึกซื้งนัก หากชาวพุทธไม่รู้เท่ากัน บางคนอาจตกเป็นเครื่องมือของเขา 
โจมตีทำลายพุทธด้วยกันเองโดยไม่รู้ตัว

>>อย่าประมาทคิดว่าเขาทำไม่สำเร็จหรอก เพราะเขารุกคืบตามแผนสำเร็จมาตามลำดับ 
จนสามารถด่าพระมหาเถระ จนถึงรักษาการสมเด็จพระสังฆราช
กลางสภาออกทีวีไปทั่วประเทศแล้ว รุกต่ออีกไม่กี่ก้าวก็กินพุทธหมดประเทศ
เราจะยอมให้พระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษไทย
รักษาสืบทอดมาถึงเรากว่า 2 พันปี สูญสลายไปในยุคเราหรือ

@ทางรอดชาวพุทธ@

**ชาวพุทธต้องสามัคคีกัน**
ไม่โจมตีกันเอง ไม่ไปเป็นด้ามมีดให้คนศาสนาอื่น
ใช้ทำลายพุทธด้วยกัน ให้ความเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตั้งใจทำความดี แล้วชวนคนเข้าวัดที่ตนชอบให้มากๆ** จะทำให้พระพุทธศาสนามั่นคง เจริญรุ่งเรือง จนแผ่ขยายไปทั่วโลก

เพจ : ตื่นเถิดชาวพุทธ

แฉเบื้องลึก!!!ที่คนไทยไม่รู้เรื่องเลย..

แฉเบื้องลึก!!!ที่คนไทยไม่รู้เรื่องเลย..
ขอให้พี่น้องไทยพุทธโปรดตั้งใจดูให้จบ.....
https://www.youtube.com/watch?feature=share&v=S5B3xmG4Wp4&app=desktopทำไมจึงเกิดวางระเบิดฆ่าครู ฆ่าพระ ฆ่าประชาชนที่เป็นไทยพุทธ เพราะอะไร เมื่อดูจบก็จะเข้าใจทันที พลเอกณพล บุญทับ ราชองครักษ์ แฉเบื้องลึกชนิดเรานี่ เป็นคนโง่ไปเลย  ฟังแล้วตกใจ ชาวพุทธ คนไทยไม่รู้เรื่องเลย แชร์กันให้มากๆ เพื่อให้คนไทยตื่นตัว https://goo.gl/TsUlmu
https://www.youtube.com/watch?feature=share&v=S5B3xmG4Wp4&app=desktop  

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทำลายความน่าเชื่อถือคณะสงฆ์ไทย

การทำลายความน่าเชื่อถือพระสงฆ์ที่พุทธมณฑล
ในกรณีที่คณะสงฆ์จำนวนมากออกไปร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559  ณ ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อร่วมกันออกสังฆมติ ในการปกป้องคณะสงฆ์ มหาเถรสมาคมตามที่ทราบนั้น
การออกไปรวมกันแสดงสังฆมติและเจริญพระพุทธมนต์ครั้งใหญ่ในครั้งนั้น พระสงฆ์ไม่มีวาระ ไม่มีเงื่อนไข ออกเดินทางกันไปเอง ไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ในอีกฟากฝั่งหนึ่ง มีบุคคล คณะบุคคล บางกลุ่ม บางพวกได้วางแผนและพยายามทุกวิถีทางที่จะขัดขวางการเจริญพระพุทธมนต์ของคณะสงฆ์ให้ได้

เบื้องต้นคนพวกนี้มีเป้าหมายว่า ถึงอย่างไรก็จะไม่ยินยอมให้พระจำนวนมากขนาดนี้ ไปรวมกันเพื่อเจริญพระพุทธมนต์ให้ได้ ต้องขัดขวางให้ถึงที่สุด

สายๆ ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เมื่อเห็นว่าจำนวนพระมากขึ้นๆ จนไม่สามารถจะทานพลังแห่งศรัทธานี้ไปได้ เพราะพระสงฆ์ทั้งปวงล้วนเดินทางมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มาด้วยความสงบเรียบร้อย
เมื่อแผนแรกไม่ประสบความสำเร็จ แผนที่สอง จึงเริ่มขึ้นตามที่ได้เตรียมไว้

สำหรับแผนที่สอง นั้นคือการทำลายความน่าเชื่อถือของพระสงฆ์ทั้งปวง โยนบาป โยนผิด ทำลายความน่าเชื่อถือด้วยยุทธวิธีต่างๆ วิธีการแบบนี้เคยทำสำเร็จมาแล้วทางการเมือง และเคยใช้ได้ผลมาแล้วในหลายที่ หลายสถานการณ์

แผนบาปในการทำลายพระสงฆ์จึงเริ่มต้นขึ้น

1.เตรียมชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งไว้สำหรับสร้างเรื่อง สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย แต่ให้แฝงตัวมาเป็นโยมที่หวังดีต่อพระสงฆ์มาร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์

2.เตรียมชายกลุ่มหนึ่งไว้โดยให้โกนผม ในทันทีทันใด ในเวลาที่เร่งรีบ จัดหาจีวร สบง จากร้านสังฆภัณฑ์มาเตรียมการไว้ให้ทันเวลา เสร็จแล้วให้นุ่งสบง ห่มจีวร (ชัดเจนว่าคนบาปพวกนี้พึ่งโกนผม ทั้งที่ยังไม่ถึงวันโกน ห่มจีวรก็ไม่เป็น แต่ปฏิบัติการได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ราวกับว่าได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี) ออกมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์กับคณะสงฆ์กลุ่มใหญ่

ในขณะที่ฝ่ายวางแผน วางยุทธศาสตร์ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว การเตรียมการในครั้งนี้ คือการร่วมมือกันของฝ่ายบาปทุกฝ่าย (ยกเว้นคณะสงฆ์เท่านั้นที่ไม่รู้เรื่องอะไร) วางแผน เซ็ตระบบ เตรียมการปล่อยภาพ ปล่อยคลิป พร้อมข้อความเพื่อประชาชนและสื่อกระแสหลักจะได้รับรู้และนำออกไปเผยแพร่อย่างรวดเร็ว

และแล้วเหตุการณ์ การสร้างเรื่อง สร้างสถานการณ์ในครั้งนี้ ก็ประสบความสำเร็จตามที่พวกเขาวางแผนไว้ พวกเขาจงใจสร้างเรื่องให้เกิดขึ้น เป็นระหว่างพระปลอมปะทะกับทหาร พระปลอมอาละวาดทำร้ายทหาร พระปลอมด่าทอกับทหาร

ทั้งหมดทั้งปวงเพื่อโยงใยถักทอเรื่องราวให้พระจริงที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

และเมื่อความเสียหายเกิดขึ้น ผู้คนได้เห็นภาพจะๆ สื่อได้ภาพข่าว ก็จะนำไปสู่การด่าทอโจมตีพระ ให้ร้ายพระ ในที่สุดก็โยนบาปให้เห็นว่า นี่ไง..แท้จริงพระพวกนี้เป็นม็อบการเมือง ป่าเถื่อน ไม่อยู่ในสมณวิสัย ไม่น่าเคารพกราบไหว้

อนิจจา น่าสงสารพระจริงที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของฝ่ายอธรรมเอาเสียเลย

เมื่อสร้างรอยบาปประทับให้พระสงฆ์ทั้งปวงแล้ว แผนการต่อไปก็คือการเล่นสงครามสื่อ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ทั้งหลาย มีการปล่อยภาพ ปล่อยคลิป ปล่อยเสียง และปล่อยข่าว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คน เพื่อทำลายพระสงฆ์ที่ไปเจริญพระพุทธมนต์ และเพื่อให้สื่อทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่ออื่นๆพาดหัวข่าวไปในทางเดียวกัน
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา สื่อหลายสำนัก สื่อออนไลน์ และปฏิกิริยาของผู้คนจึงค่อนข้างจะออกไปทิศทางเดียวกัน

เมื่อภาพลักษณ์ในสายตาสาธารณชนเสียหายอย่างรุนแรง สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้ ความชอบธรรมจึงไม่เกิด

จำนวนของพระที่ออกไปมากมายเป็นประวัติศาสตร์ สังฆมติที่จะปกป้องคณะสงฆ์ ก็เบาบางลง และกลับกลายเป็นภาพม็อบพระป่าเถื่อนไปในที่สุด สมใจคนบาปที่สร้างเรื่องสร้างราว สร้างมลทินให้พระสงฆ์

แต่วันนี้ความจริงเริ่มปรากฏ บุญ มี บาป มี สวรรค์มีตา ใคร ผู้ใดได้ก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ กรรมย่อมตอบสนอง

วันนี้สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ พวกเขาเหล่านั้นจึงเริ่มออกมาเปิดเผยความจริง

ความจริงในอีกด้านหนึ่งที่ผู้คนยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน พวกเขาสงสารพระสงฆ์ที่ไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ พวกเขาจึงเริ่มเปิดเผยความจริงออกมาว่า ใคร กลุ่มไหน เป็นคนวางแผนการอันชั่วร้ายนี้ โดยมีกองบัญชาการใหญ่บัญชาการอยู่ตรงไหนและใครคือคนใจบาปคนนั้นที่ปลอมตัวมาเป็นพระเพื่อมาทำลายพระสงฆ์ มาสร้างบาปให้พระสงฆ์ ใครคือคนๆ นั้น ใครกำกับบท ความจริงทั้งหมดจึงถูกเปิดเผยออกมา และความจริงเหล่านั้น จึงกำลังไล่ล่าใกล้ตัวพวกเขาประชิดตัวทั้งขบวนการ ไล่ล่าเข้าไปเรื่อยๆ จนเกือบจะจนมุมอยู่แล้ว

นี่คือความจริงที่กำลังถูกเปิดเผย กรรมติดจรวด ขอให้ทุกท่านติดตามเรื่องนี้อย่ากระพริบตา อย่ากระพริบตา เพราะนวนิยายเรื่อง "คนบาป" ยังมีอีกหลายตอน โปรดคอยติดตาม…

พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร) #เจ้าคุณประสาร
25 กุมภาพันธ์ 2559

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว : น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว?
คอลัมน์ : โดนไป บ่นไป / ผู้เขียน : น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การนำของ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แถลงข่าวผลการตรวจสอบรถโบราณที่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งตามสมุดทะเบียนรถปรากฏชื่อท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จวัดปากน้ำหรือ “สมเด็จช่วง” เป็นผู้ครอบครอง โดยแถลงกล่าวหาว่าเป็นรถที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายข้อ
ผมติดตามข่าว นี้อย่างละเอียด เพราะโดยส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่างคล้ายกับการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองยังไงยังงั้น ถ้าพิจารณากันอย่างตรงไปตรงมาจะเห็นการสมคบคิดของกลุ่มคนดีกลุ่มเดิมที่ เตรียมการล่วงหน้าและแบ่งหน้าที่กันมาเป็นอย่างดี ตัวละครที่ออกมาเล่นก็ล้วนเป็นนักแสดงหน้าเก่าทั้งสิ้น
การกระทำทั้งหมดมุ่งไปที่จุดเดียวกันคือ สร้างสถานการณ์บิดเบือนป้ายสีให้ประชาชนเชื่อว่า “สมเด็จช่วง” ต้องมลทินและมีความมัวหมอง โดยใช้เรื่องรถโบราณเป็นเครื่องมือในการสร้างข่าว พยายามใช้ตรรกะและความเชื่อมโยงแบบคลุมเครือเพื่อให้ดูเหมือนเข้าไปยุ่ง เกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายที่เกิดขึ้น ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นเพียงรถ หนึ่งในหลายพันหลายหมื่นอย่างที่ลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนถวายให้ท่าน และได้มอบให้ทางวัดนำไปตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์เหมือนของถวายมีค่าชิ้นอื่นๆ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังและผู้สนใจใช้ศึกษาหาความรู้กันต่อไป โดยไม่ได้เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย
ผมไม่ปฏิเสธหลักฐาน ต่างๆที่ดีเอสไอแถลง และอยากเห็นการดำเนินการเรื่องนี้จนถึงที่สุด แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รวมถึงผมยังติดใจว่าทำไมดีเอสไอถึงเลือกเอารถโบราณ วัดปากน้ำที่แจ้งยุติการใช้รถตลอดไปตามทะเบียนรถตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2556 เป็นเป้าหมายพิเศษในการตรวจสอบ ทั้งที่มีรถยนต์เข้าข่ายและยังวิ่งใช้งานอยู่ตามท้องถนนมากถึง 6,000 คัน
ผมติดใจการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางกลุ่มบางพวกที่ใช้คำศัพท์เรียกรถโบราณที่ ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 ซึ่งมีอายุมากกว่า 60 ปีว่า “รถหรู” ทั้งที่รถหรูเป็นคำประสมหมายถึงรถยนต์นำเข้าที่มีราคาแพง มีรูปทรงเด่นเฉพาะ มีการผลิตจำนวนน้อยหรือผลิตตามสั่ง เครื่องยนต์มีกำลังแรง และที่สำคัญนำเข้ามาในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีสูงถึง 300% เพราะฉะนั้นการเลือกใช้คำว่า “หรู” จึงเป็นการใช้คำศัพท์ที่ผิดเพี้ยนจากข้อเท็จจริง ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการจัดตั้งที่มีความประสงค์จะทำให้สาธารณชนส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจผิด และทำให้ท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จต้องมีมลทินและถูกเกลียดชังจากประชาชนที่เสพ ข่าวที่ไม่ถูกต้อง
ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า หลังจากการนำเสนอข่าว ผมพบว่าในโลกโซเชียลมีคนจำนวนมากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและสับสนข้อมูล ที่ได้รับ บางคนถึงกับเข้าใจเลยเถิดไปว่าเป็นรถที่ใช้เป็นพาหนะประจำตัวด้วยซ้ำ และเมื่อมีการประโคมข่าวรถหรูอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางร้ายว่าท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จรู้ เห็นกับการรับถวายที่ผิดกฎหมาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
ผมนำเรื่องนี้มา บ่นให้ฟังเพราะคิดว่าเป็นอีกเรื่องที่ไม่มีความยุติธรรม ผมเห็นฆราวาสจำนวนมากเขียนถึงท่านเสียๆหายๆ บางคนถึงกับด่าว่าด้วยคำหยาบคาย บางคนบังอาจสั่งสอนท่านและกล่าวถึงท่านด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ วันนี้อะไรกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ทำไมคนเราถึงเห็นกงจักรเป็นดอกบัวได้มากขนาดนี้ ทั้งๆที่ความจริงเป็นเรื่องที่พิสูจน์ทราบกันได้ไม่ยาก
สมเด็จพระมหา รัชมังคลาจารย์แห่งวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ บวชเรียนมาถึง 77 พรรษา และปีนี้ท่านมีอายุถึง 91 พรรษา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีในหมู่สงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปว่า ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาโดยตลอด และตลอดชีวิตที่อยู่ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ท่านเป็นผู้ให้มาโดยตลอด
ในวงการสงฆ์ต่างรู้ดีว่าสิ่งก่อสร้างกว่า 80% ในพุทธมณฑลนั้นถูกดำเนินการจนสำเร็จเพราะการสนับสนุนของท่านเจ้าประคุณฯ สมเด็จได้บริจาคปัจจัยสมทบทุนต่างๆในบวรพุทธศาสนามากมาย ใครจะมาขอหรือไม่ ท่านก็มีแต่ความยินดีที่จะให้โดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ดังนั้น วัดวาอารามต่างๆทั้งในและต่างประเทศจึงคุ้นเคยกับการให้ของท่านเป็นอย่างดี นอกจากนั้นท่านยังบริจาคปัจจัยเพื่อนำไปสมทบทุนก่อสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ สิ่งที่ท่านมอบให้กับสังคมมีมากมายและเป็นที่ประจักษ์ แม้ท่านจะมีลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนที่บริจาคสิ่งของและปัจจัยอย่างมากมาย ท่านไม่เคยคิดที่จะเก็บไว้เป็นของส่วนตัว แต่นำกลับไปทำนุบำรุงศาสนาตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไม่ลืมที่จะให้ทานกลับมาให้ทางโลกด้วยเช่นกัน
ท่านเจ้าประคุณฯ สมเด็จปฏิบัติศาสนกิจแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาโดยตลอด นอกจากการให้ทานแล้วยังให้ความรู้แก่สงฆ์และฆราวาสมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสมณศักดิ์ของท่านจะสูงขึ้นเท่าไรก็ตาม แต่วัตรปฏิบัติของท่านก็ไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งเป็นที่รับรู้ในวงการสงฆ์โดยทั่วไป
ดังนั้นจากจริยวัตรที่งดงามและท่านยังเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่มีสมณศักดิ์สูงสุด กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปจึงมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อท่านให้ขึ้นดำรง ตำแหน่งพระสังฆราชองค์ต่อไปของกรุงรัตนโกสินทร์ มติของมหาเถรสมาคมเป็นเอกฉันท์ทั้งมหานิกายและธรรมยุตเช่นนี้ ย่อมยืนยันให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้มั่นใจว่าในสังฆมณฑลของเราไม่มีความ แตกแยกแต่อย่างใด
ผมมั่นใจว่าท่านเจ้าประคุณฯสมเด็จให้อภัยกับกลุ่ม บุคคลที่สมคบคิดและป้ายสีท่านเพื่อให้ผู้มีอำนาจใช้เป็นข้ออ้างที่จะชะลอการ เสนอชื่อท่าน แต่ผมอยากจะเตือนกลุ่มบุคคลและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกคน ด้วยจิตที่เป็นกุศลว่า วิธีการที่ท่านสมคบคิดกันเพื่อขัดขวางไม่ให้มีการตั้งสังฆราชครั้งนี้เป็น บาปใหญ่จริงๆ และผมเชื่อว่าคงอยู่ทันได้เห็นผลลัพธ์การสร้างบาปใหญ่ครั้งนี้อย่างแน่นอน
- See more at: http://goo.gl/73ThBR

รัฐบาลอินเดียจัดงาน ๒๕ พุทธศตวรรษ

ทำไมรัฐบาลอินเดียจึงยอมจัดงาน ๒๕ พุทธศตวรรษ 
ทั้งๆ ที่ไม่มีชาวพุทธอยู่ในรัฐสภาอินเดียแม้แต่คนเดียว

กว่า ๗๐๐ ปี ที่พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปจากอินเดีย กระทั่งใกล้ถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ท่านเนรูห์ นายกรัฐมนตรีอินเดีย พร้อมด้วย ดร. อัมเบดการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในยุคนั้น 
แม้จะไม่ประกาศตนเป็นพุทธศาสนิกชนอย่างโจ่งแจ้ง แต่ด้วยความศรัทธาส่วนตัว ได้ดำริที่จะจัดงานเฉลิมฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษขึ้นที่อินเดีย อันเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนาท่านนายกเนรูห์ได้กล่าวโน้มน้าวต่อรัฐสภาว่า "พระพุทธเจ้าเป็นบุตรที่ปราดเปรื่องยิ่งใหญ่และรอบรู้ที่สุดของอินเดีย ในโลกนี้ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เคียดแค้น และรุนแรง คำสอนของพระพุทธเจ้าส่องแสงเหมือนดวงอาทิตย์ที่รุ่งโรจน์ ไม่มีคนอินเดียคนใดที่จะนำเกียรติยศ เกียรติภูมิกลับมาสู่อินเดียได้เท่ากับพระพุทธองค์ หากเราไม่จัดงานฉลองท่านผู้นี้แล้ว เราจะไปฉลองวันสำคัญของใคร"
ด้วยคำพูดของท่านนายกเนรูห์ ทำเอาสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๕๐๐ ท่านซึ่งส่วนใหญ่เป็นฮินดู (ไม่มีสมาชิกที่เป็นพุทธศาสนิกชนเลยแม้แต่คนเดียว) แต่กลับยกมือสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ให้จัดงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษทั่วประเทศอินเดียเป็นเวลา ๑ ปี อีกทั้งยังได้จัดสรรงบประมาณเพื่อทำถนนหนทางเข้าสู่สังเวชนียสถานทุกแห่ง ท่านนายกเนรูห์ กล่าวในภายหลังว่า "ข้าพเจ้าเป็นคนไม่มีศาสนา แต่หากให้ข้าพเจ้าเลือก ข้าพเจ้าขอเลือกนับถือพระพุทธศาสนา" 

ในขณะที่ ดร. อัมเบดการ์ ผู้ที่เป็นผู้นำชาวอินเดียจำนวนถึง ๕ แสนคน ประกาศตนเป็นพุทธมามกะ ในโอกาสเฉลิมฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษครั้งนั้น ได้กล่าวว่า "ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลที่นับถือศาสนาฮินดู แต่ข้าพเจ้าจะขอตายในฐานะพุทธศาสนิกชน"
     พุทธศาสนิกชนฯ  คนทั่วไป พิจารณาเองนะครับ...
อ่านแล้วอยากบอกให้คนในโลกนี้ รู้ว่า นี่คือ...ศาสนาพุทธ.

 บอย-ศักรินทร์ พันสมต

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

งดงามล้ำค่า พุทธศาสนาประเทศไทย

งดงามล้ำค่า พุทธศาสนาประเทศไทย
เป็นเรื่องน่าปลื้มใจที่ปัจจุบันชาวตะวันตกชื่นชมและหันมาสนใจศึกษาพุทธศาสนากันมากขึ้นๆ 
ที่ประเทศอังกฤษ สถานีโทรทัศน์ BBC ทำสารคดียาวๆ เกี่ยวกับพุทธศาสนาและพระพุทธเจ้าไว้หลายตอน เจ๋งมาก หาดูได้ใน youtube นอกจากนี้ตามนิตยสารต่างๆ จะเห็นคอลัมน์สัมภาษณ์ผู้มีชื่อเสียงในสังคมออกมาบอกเล่าอย่างมีความสุขว่าศึกษาพุทธศาสนาอยู่และฝึกนั่งสมาธิอยู่ ที่น่าทึ่งคือในมหาวิทยาลัยมีการเปิดสอนวิชาพุทธศาสนา/วิชาครูสอนสมาธิในระดับปริญญาตรี โท เอก และอาชีพในฝันของผู้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในอังกฤษ คืออาชีพครูสอนสมาธิ 
เมื่อวานมีนักธุรกิจชาวอังกฤษเล่าให้ผมฟังว่าชาวยุโรปจำนวนมากเดินทางมาประเทศไทยเพราะชอบพุทธศาสนา ชอบวัด ชอบการนั่งสมาธิ ถือว่าเมืองไทยเป็นHUBด้านนี้เลยก็ว่าได้ ผมได้ฟังแล้วก็ปลื้มใจมาก
ผู้บริหารหนังสือพิมพ์เมืองหนึ่งในอังกฤษเคยเล่าให้ผมฟังว่า ชอบพุทธศาสนาแบบไทย มีความอ่อนน้อม อ่อนโยน ยิ้มแย้ม เป็นมิตร แบบลักษณะคนไทย มาวัดไทยแล้วสบายใจ
แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ขณะนี้ความงดงามของพระพุทธศาสนาในเมืองไทยกำลังถูกทำลาย เพราะวิธีทางการเมือง ความต้องการเอาชนะด้วยวิธีการไม่ถูกต้องของคนบางกลุ่มเกิดเรื่องราวไม่มีประโยชน์มากมาย ลามไปเป็นความขัดแย้งของชาวพุทธด้วยกันเองจากความยึดถือในความเห็นตนว่า ที่ฉันปฏิบัตินี้ถูกต้อง ที่เธอปฏิบัตินั้นผิด เธอผิดเธอต้องถูกทำลายให้สิ้นซาก เธอเป็นภัยต่อพุทธศาสนา เธอๆๆๆๆ.....
ชาวโลกประเทศพัฒนาแล้ว เขาแสวงหาจนเจอสิ่งที่เขาชอบ ถูกจริตเขา ปฏิบัติแล้วชีวิตเขาดีขึ้น เขาก็ปฏิบัติแบบนั้นไป คนไทยที่มีเหตุผลก็เช่นกัน ไม่เสียเวลาไปว่าร้ายจับผิดใครหรอกครับ ดังนั้นก็ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่า วัดพระธรรมกายจะครอบงำสังคมไทย หรือสังคมโลก
ถ้าถูกใจ ถูกจริตเขา เขาก็มา ถ้าไม่ถูกใจไม่ถูกจริต เขาก็ไม่มา ..อย่าไปคิดมากครับ
ยิ่งไปกว่านั้น เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ผู้มีอำนาจในมือ ใช้อำนาจในทางที่ผิด มาทำลายองค์กรสงฆ์ องค์กรทางพระพุทธศาสนา มีความพยายามอย่างชัดเจนที่จะสึกพระ แทนที่จะส่งเสริมการบวชพระซึ่งจะเกิดบุญกุศลแก่ตนเอง และเกิดประโยชน์กับสังคมมากกว่า
ในสายตาชาวโลก เมืองไทยเป็นHUBด้านพระพุทธศาสนา วัดทุกวัดตั้งใจทำงานเผยแผ่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างดี จนชื่อเสียงของพุทธศาสนาแบบไทยขจรขจาย
การเมืองไทยไม่ควรทำลายสิ่งดีงามแบบนี้นะครับ  และคนไทยทุกคนควรภูมิใจและส่งเสริมความงดงามล้ำค่าที่เรามี ให้ล้ำค่ายิ่งๆขึ้นไป รักกันไว้ดีกว่านะครับ แต่ถ้าไม่รักก็อย่าทำร้าย... ดีกว่าไหมครับ?

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

โปรดระวัง !!! ผลของกรรม บริภาษพระภิกษุ "ผู้ทรงศีล"

"การบริภาษพระภิกษุ ผู้ทรงศีลเป็นกรรมอันหนัก"


  ผู้บุกเบิกให้เกิดพัฒนาการใหม่ๆ ในช่วงแรกมักจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วย เพราะขัดกับความคุ้นเคยเดิม


   แม้ในวงการพระพุทธศาสนาก็เช่นกัน พระมหาเถระผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาจำนวนมาก ต่างก็ประสบกับการวิพากษ์โจมตีอย่างหนักมาแล้ว เพราะคนเรา พอไม่เข้าใจก็ไม่ชอบ จึงหาเรื่องจับผิด ด่าว่า ใส่ร้ายป้ายสี อาทิ

- พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้เดินธุดงค์ตั้งใจปฏิบัติธรรม บุกเบิกสร้างพระป่าสายอีสาน ก็เคยถูกครหาว่าอวดอุตริมนุสสธรรม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเขียนวิจารณ์ว่าสอนผิดจากพระไตรปิฎก ที่บอกว่าไปสนทนาธรรมกับพระอรหันต์ที่นิพพานแล้วได้


- ครูบาศรีวิชัย ผู้นำศิษยานุศิษย์สร้างทางขึ้น
พระธาตุดอยสุเทพสำเร็จในเวลาเพียง 3 เดือน และบุกเบิกเผยแผ่ธรรมะอย่างกว้างขวางในแดนล้านนา ก็เคยถูกใส่ร้ายป้ายสี จนถูกจับขังถึง 3 ครั้ง ปลดจากเจ้าอาวาส ถูกคุมตัวเข้ากรุงเทพฯ


- สมเด็จพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) ผู้วางรากฐานให้ มจร. เติบใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์หลักในปัจจุบัน ส่งพระไทยไปเรียนกรรมฐานกับพระพม่า กลับมาบุกเบิกสร้างสายธรรมปฏิบัติยุบหนอพองหนอในไทย ก็เคยถูกข้อกล่าวหาจากสังฆนายกในยุคนั้นว่าปาราชิกและสมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้สึก ถึงขนาดถูกจับสึกเปลื้องผ้าเหลืองออก ต้องนุ่งขาวห่มขาวอยู่ที่สันติบาล 4 ปี แต่สุดท้ายศาลก็พิพากษาว่าท่านไม่ผิดจึงกลับมาครองผ้าเหลืองใหม่ ก่อนมรณภาพได้เป็นถึงผู้รักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช


- หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ผู้บุกเบิกการปฏิบัติแบบมโนมยิทธิ ก็เคยถูกกล่าวหาว่าปาราชิกเพราะอวดอุตริมนุสสธรรม อวดอ้างว่าไปสวรรค์ ไปนิพพานได้

- หลวงพ่อพุทธทาส ก็เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นพระบ้า เพราะเทศน์ปากเปล่าโดยไม่ถือใบลาน ซึ่งคนยุคนั้นไม่คุ้น ถูกกล่าวหาว่าเป็นพระมหายาน พระนอกรีต เพราะชอบสอนเรื่องสุญญตา อิงคำสอนของท่านนาคารชุน ชอบแนวคิดแบบเซ็น แต่ท่านก็สามารถดึงปัญญาชนจำนวนมากให้หันมาสนใจศึกษาพระพุทธศาสนา


- หลวงพ่อธัมมชโย ก็ถูกกล่าวหาว่าอวดอุตริมนุสสธรรม และยักยอกที่ดินวัด แม้ล่าสุดอ้างคดี ข้อหารับของโจร และฟอกเงิน แต่ท่านก็สามารถชักชวนประชาชนเข้าวัดปฏิบัติธรรมทำความดีมากมาย และเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก ข้อกล่าวหาเรื่องปาราชิกก็ถูกลบล้างไป


 โดยมหาเถรสมาคมได้กลั่นกรองนำเสนอ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ จากคุณูปการที่ท่านมีต่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทย

- หลวงตามหาบัว ก็เคยถูกกล่าวหาอวดอุตริมนุสสธรรม อวดอ้างว่าตนเป็นพระอรหันต์แล้ว แต่พูดจาหยาบคาย จับเงินจับทองผิดพระวินัย ระดมผ้าป่าช่วยชาติซึ่งไม่ใช่กิจของสงฆ์ หวังจะขึ้นเป็นใหญ่ในวงการสงฆ์ทางลัด แต่ท่านก็สามารถสร้างศรัทธาในหมู่ชาวพุทธได้มากมาย


> > น่าคิดว่า ผู้ที่เคยบริภาษด่าว่าพระมหาเถระเหล่านี้ จะต้องแบกบาปมากเพียงใด ตอนกำลังด่าว่าท่าน ทุกกรณีจะมีลักษณะคล้ายกัน คือ แต่ละคนก็คิดว่าท่านไม่ดีไม่ใช่พระแล้ว ด่าแล้วไม่บาป ได้บุญด้วย ปลุกระดมกันและกันด้วยโทสวาท (hate speech) ให้เกิดความเกลียดชังอย่างมากๆเหมือนท่านไม่ใช่คน...

   แต่พระมหาเถระเหล่านี้ แต่ละรูปก็ได้พิสูจน์ด้วยการอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาจนตลอดชีวิตของท่าน สิ่งที่แต่ละรูปได้สร้างไว้นั้นต้องทำด้วยชีวิต ผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ใจ.. จะทำอย่างนั้นไม่ได้

  น่าคิดว่าผู้ที่ด่าว่าท่านพระอาจารย์มั่น ครูบาศรีวิชัย สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ) ฯลฯ คนเหล่านี้ต้องรับกรรมหนักเพียงใด

  ส่วนพระที่มีเจตนาไม่สุจริตนั้น มักอยู่ได้ไม่นานก็มีเหตุให้ต้องออกไปเอง สมตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

**พระธรรมวินัยนี้เหมือนทะเลที่จะซัดซากศพขึ้นฝั่งในที่สุด ดังมีตัวอย่างให้เราเห็นอยู่มากราย โดยเราไม่ต้องไปผสมโรงด่า ให้เสี่ยงต่อบาปกรรมเลย**

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆของคุณ"ทัพพีในหม้อ"จากเวปบอร์ด www.dmc.tv

https://www.facebook.com/dmc072/videos/10152249574718381/

คุณรู้หรือไม่ ! ปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นกับพุทธศาสนา !!!

คุณรู้หรือไม่? 
ปัจจุบันงบ อบจ.ที่เคยสนับสนุนผ้าไตรจีวรพระภิกษุสงฆ์ สามเณรเพื่อจัดบวช ถูกสั่งห้าม บอกว่าผิด? 


คุณรู้หรือไม่? ปัจจุบัน งบอบจ.ถูกถ่ายเทไปให้อิสลามสร้างศาสนสถานของตนเองแห่งละเกือบ 100 ล้านเช่น นนทบุรี และอีกหลายๆแห่ง

ขอบคุณภาพจาก Google
คุณรู้หรือไม่? ปัจจุบัน พิธีกรรมทางศาสนาของราชการ บางแห่งโดนสั่งห้ามทำ เพราะนายคือ อิสลาม?

คุณรู้หรือไม่? ปัจจุบันสั่งห้ามสร้างพุทธมณฑล ที่ปัตตานี แต่ นครศรีธรรมราชใจกลางศาสนาพุทธของชาวใต้ กำลังมีมัศยิดกลางทั้งๆ ที่มีชาวพุทธกว่า 95% โดยงบจากรัฐ 


คุณรู้หรือไม่? ว่าชาวพุทธกำลังโดนเอาเปรียบโดยสนับสนุนคนอิสลามให้เป็นใหญ่ในหน่วยงานราชการ เพื่อใช้กฎหมายและอำนาจรัฐเพื่อบีบชาวพุทธ... 


 คุณรู้หรือไม่? ว่าคนที่ทำข้อมูล social ด่าพระแล้วพวกคนพุทธแชร์กัน คือคนที่ไม่ได้นับถือพุทธ?  

  คุณรู้หรือไม่? ว่าพวกคุณคือหมากของการล้มศาสนาพุทธไปจากเมืองไทย โดยเริ่มจากให้ชินกับการด่าพระ และท้ายสุดพระธรรม หรือพระพุทธ คนก็จะนำไปด่า?


  คุณรู้หรือไม่? ว่าเมืองไทยที่ร่มเย็นเป็นสุขทุกวันนี้ เพราะมีศาสนาพุทธเป็นหลักในประเทศ หรือว่าคุณพร้อมที่จะให้เมืองไทย เป็นแบบ ซีเรียหรือประเทศมุสลิม ที่เชื่อว่าการฆ่าคือการได้บุญ 


  โปรดตื่นและคิดกันได้แล้วครับ พี่น้องชาวพุทธทั้งหลาย .......ว่าคุณจะเป็นชาวพุทธแค่ในบัตรประชาชน หรือจะเป็นชาวพุทธด้วยหัวใจที่รักในพระพุทธศาสนา..

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ช่วยกันแจ้งข่าว...ด่วน!!!

ช่วยกันแจ้งข่าว...ด่วน!!!

อย่ายอม...ตอนนี้ได้มีการร่างกม.อิสลามแล้ว 


1. จังหวัดไหนมีมัสยิด 3 สุเหร่ ให้จัดตั้ง นายกหรือ..?.ประจำตำบลได้

นั่นหมายถึง เขาสามารถเข้ามาอยู่ และรวมตัวเป็นมวลชนสร้างอาณาจักร..อิสลามแบบสายฟ้าแล๊ป 

2. ถ้ากฎหมายผ่าน คนอิสลามทำผิด จะขี้นกฎหมายอิสลามอย่าง           เดียวเท่านั้น..

3. คนอิสลามแฝงตัวเป็นนักการเมืองอยู่ในขณะนี้

4. กฎหมายผ่านสิ่งที่เขาจะได้..มีครบ.. 
    .อำนาจทางการเมือง
    .อำนาจทางมวลชน(ขยายเผ่าพันธ์แบบเสรีภาพและอานุภาพ)
    .อำนาจในการขอศาสนาประจำชาติ(คนของเขาเยอะขี้นรวดเร็ว)
    .อำนาจทางกม.
    .อำนาจในการกดขี่
    .อำนาจฯลฯ อีกมากมาย
    .อำนาจในการต่อรอง..?

สังเกตุเพื่อนบ้าน...? และบ้านเราถูกฆ่าทำลายล้างน่ากลัวและน่าเกลียดมาก

ใครไม่นับถือศาสนาอิสลามก็จะอยู่ยากอาจถูก*ฆ่า*แสดงและพูดไม่ได้ ถ้านับถือศาสนาพุทธต้องอยู่ในใจและเข้าในป่าลึกอย่างเดียวเท่านั้น ใช้..อำนาจทั้งทางกฎหมายและทั้งคน


มีทางเดียว..เร่งด่วนเรียกร้อง..ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติไทย

พี่น้องชาวไทย..ชาวพุทธต้องร่วมใจอย่านิ่งดูดายศึกครั้งนี้ใหญ่มากสุด.คนไทยแท้..ต้องไม่ยอมแพ้..&. ไม่ไร้ความรู้สึก) 

*****พุทธ*****เป็นศาสนาประจำชาติและคงอยู่คู่ไทยตลอดกาลตลอดชีวิตตลอดชั่วนิจนิรันดร...ด้วยเทอญ

https://www.facebook.com/profile.php?id=100008824087359&fref=nf

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความลับของลมหายใจ...^^'

ความลับของลมหายใจ...

   หนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ผู้นั่งสมาธิ อย่างสม่ำเสมอมีใบหน้าอ่อนกว่าวัย ก็เพราะ พวกเขาได้มีโอกาสฝึกหายใจ ให้ลึก ยาว และละเอียดบ่อยครั้งนั่นเอง ซึ่งนอกจากจะช่วย เพิ่มความสงบสุขในใจ และลดสารความเครียด ที่เรียกว่า "คอร์ซิตอล" (อันเป็นสาเหตุหลัก ของความแก่ชราก่อนวัยอันควร) 




การหายใจอย่างเต็มปอด 

   การหายใจอย่างเต็มปอด ยังช่วยฟอกเลือด ที่นำพาออกซิเจน ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของใบหน้าอย่างทั่วถึง และสม่ำเสมอ ทำให้ใบหน้า ดูมีน้ำมีนวล เต่งตึง สดใส อ่อนกว่าวัย และสุดท้ายเลือดเหล่านั้น ก็ยังช่วยขับสารพิษตกค้างต่างๆ (detox) ออกจากอวัยวะ ทุกส่วนของร่างกาย และบนใบหน้าได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

   จะสังเกตได้ว่า เวลาที่เราโกรธ กลัว ตกใจ เครียด หงุดหงิด กังวล หรือทุกข์ ลมหาย ใจของเราจะสั้น และตื้น แต่เวลาที่เรามความสุข สงบ มีพลัง นิ่ง สุขุม มั่นใจ สบายใจ ลมหายใจของเรา จะยาว และลึก


   ทั้งนี้สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ หากเราตั้งใจหายใจให้ยาว และลึกสัก 4-5 ครั้ง สมองของเราจะถูกหลอกว่า เรากำลังรู้สึกสบาย สุขุม และมีพลังเช่นกัน กระบวนการนี้เรียกว่า การทำ "Biofeedback" ( การป้อนกลับทางชีวภาพ) โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ




เทคนิคการหายใจ ที่ดี
   คือ การหายใจอย่าง "ละเอียด" ซึ่งเป็นการหายใจให้...ช้า ลึกและเบา โดยสูดลมหายใจเข้า จนสุดปอด ให้หน้าท้อง และหน้าอกพองตัว จนไม่สามารถพองต่อไปได้อีก แล้วจึงค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก...ยาวๆ อย่างไม่รีบร้อน จนหมดทั้งปอด ทำเท่านี้เพียง 3-4 ครั้ง ก็จะ รู้สึกว่าร่างกายเริ่มเบา ใจเริ่มเย็น จิตเริ่มโล่ง และสมอง เริ่มปลอดโปร่งขึ้นแล้ว

   ถามว่าต้องทำ และต้องฝึกบ่อยแค่ไหน คำตอบคือ "รู้ตัวเมื่อไหร่ ก็ทำเมื่อนั้น" หรือทำทุกครั้ง ที่รู้สึกว่าจิตเริ่มตก คือ เริ่มกลัว โกรธ กังวล เหนื่อย เครียด เบื่อ เซ็ง ท้อ ทุกข์ 

สิ่งมหัศจรรย์อันล้ำค่า ที่อยู่ตรงปลายจมูกของเรานี่เอง...^^'

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สังคมไทยวันนี้

สังเกตว่า มีการใส่ร้ายป้ายสีและจับผิดกันมากมายในสังคมไทย  เลยสงสัยจริงๆ นะคะ ว่าเรากำลังเป็นอะไรกัน ถึงได้มองเห็นคนไทยด้วยกันเองเป็นศัตรู ต้องคอยจ้องหาเรื่องห้ำหั่นกันเองด้วย

พอไปอ่าน นิทานสอนใจเรื่อง “ตัวอุบาทว์” จึงคิดว่า เราคงถูกตัวอุบาทว์ลงแล้วละค่ะ

อยากทราบว่า “ตัวอุบาทว์” เป็นอย่างไร อ่านต่อเลยนะคะ

...

มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง กาลครั้งหนึ่งมีกษัตริย์อยู่ที่เมืองหนึ่ง เป็นกษัตริย์ที่เอาใจใส่พสกนิกรดีมาก มักจะปลอมตัวเป็นคนธรรมดาไปตรวจดูทุกข์สุขอยู่ตลอดสม่ำเสมอ

คราหนึ่งปลอมตัวไปตรวจดูบ้านเมืองว่าอยู่กันเป็นสุขดีไหม ไปถึงที่ตำบลแห่งหนึ่ง มีบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งเป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่เลย นึกแปลกใจว่าบ้านหลังใหญ่โต ทำไมปล่อยให้หยากไย่ ฝุ่นจับเปรอะ ไม่มีคนดูแลเลย

จึงถามชาวบ้านแถวนั้นว่าทำไม เขาก็บอกว่าไม่มีใครกล้าอยู่ เพราะอุบาทว์ลง อยู่แล้วแย่

พระราชาชักงงเลยกลับมาถึงวัง นั่งคิดนอนคิดว่าอุบาทว์เป็นอย่างไร คิดไม่ออก เช้าขึ้นมาประชุมราชการเสนาอำมาตย์พร้อมหน้าก็ไล่ถามจากมหาอำมาตย์ลงไปอัคร เสนาบดี ไล่ลงไปเรื่อยว่าตัวอุบาทว์เป็นอย่างไร ถามไล่ทีละคนก็ไม่มีคนรู้จักเลย

พระราชาเกิดขัตติยมานะอยากจะรู้ให้ได้ว่าอุบาทว์เป็นอย่างไร จึงชี้ไปทางเสนาคนหนึ่งแล้วบอกว่า หามาให้ได้ว่าอุบาทว์เป็นอย่างไร หามาให้ได้ภายใน 7 วัน หาไม่ได้จะตัดคอ

เสนาเที่ยวถามทั่วบ้านทั่วเมืองว่าอุบาทว์เป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครรู้ ผ่านไปได้ 6 วันก็ไม่ได้คำตอบ ก็นึกว่าคราวนี้ข้าพเจ้าต้องตายแน่นอน ถ้าถูกประหารตายในเมืองก็อับอายเขา ขอไปตายในป่าหิมพานต์เพื่อไม่ให้ใครเห็น จึงเลยเดินเข้าป่า

ไปถึงกลางป่าได้พบฤๅษีตนหนึ่งพักอยู่ที่บรรณศาลา เห็นเขาเดินหน้าหมองมา ฤๅษีถามว่าเป็นอะไรมา เขาบอกว่ามาหาตัวอุบาทว์แต่หาไม่เจอ คงถูกพระราชาประหารแน่ เลยมาหาที่ตายกลางป่า

ฤๅษีก็หัวเราะและบอกว่า “หาตัวอุบาทว์ไม่ยาก ไปตัดกระบอกไม้ไผ่มา”

เสนาก็ไปตัดไม้ไผ่มาลำหนึ่ง เปิดฝาไว้ข้างหนึ่ง ฤๅษีมาถึง ก็หายไปในบรรณศาลา เอาชานหมากที่เคี้ยวใส่ลงไปกระบอกไม้ไผ่แล้วปิดไว้ กระบอกไม้ก็ลึกพอสมควร

แล้วบอกว่า “เอาตัวอุบาทว์ใส่ลงไปแล้วให้ระวังให้ดี เวลาเปิดฝาให้ค่อย ๆ แง้มดู แต่ห้ามเท ถ้าเท เดี๋ยวตัวอุบาทว์จะหนีออกมาได้”

เสนาก็รับคำอย่างแข็งขัน ทำหน้าชื่นมา คิดว่ารอดตายแล้วคราวนี้ กลับเข้าเมืองไปเข้าเฝ้าเช้าวันที่ 7 พอดี บอกว่า พระพุทธเจ้าข้าได้มาแล้ว ตัวอุบาทว์อยู่นี่เอง แต่ให้ระวัง อย่ารีบเปิดและอย่าเท เดี๋ยวมันจะหนี กว่าจะหาได้ เลือดตาแทบกระเด็น

พระราชาดีใจที่ได้เห็นตัวอุบาทว์ รับมาถึงแง้มดู กระบอกไม้ไผ่ลึกพอสมควร แสงเข้าไม่ถึงก้น เห็นพอรำไร ก็คอยเล็ง ไม่กล้าเท กลัวมันหนี พระราชาก็ว่าคล้ายกบ

ให้มหาอำมาตย์มาว่าเหมือนอะไร มหาอำมาตย์มาเล็งดู ก็บอกว่าพระพุทธเจ้าข้าว่าเหมือนอึ่งอ่าง ส่งต่อเสนาอำมาตย์รอง ๆ ลงไป ข้าพเจ้าว่าเหมือนจิ้งจก เหมือนคางคก ว่าไปเรื่อย

พักเดียวดูกันทั่วท้องพระโรง เสียงเถียงกันขรม ทะเลาะกันในวัง ไม่ว่าผู้ใหญ่ผู้น้อยเลิกคิดกัน จะต่อยกันอย่างเดียว

บ้างก็คิดไปว่าเป็นผู้น้อยเพิ่งเป็นอมาตย์ได้ไม่กี่วันเถียงผู้ใหญ่หรือนี่ ข้าว่าเหมือนอึ่งอ่างเอ็งมาว่าเหมือนจิ้งจกได้อย่างไร

ผู้น้อยก็ว่าผู้ใหญ่ตาฝ้าฟางดูไม่ชัด ต้องเชื่อข้าพเจ้ายังหนุ่มยังแน่น เห็นชัดกว่า ทะเลาะกันให้อุตลุดวุ่นวายไปหมด ฯลฯ

พระราชาเห็นท่าไม่ดี ขืนเอาเจ้าตัวอุบาทว์อยู่ต่อไป ท้องพระโรงท่าจะแตกแน่ คิดว่ามันจะหนีก็เป็นหนี เทมันเลยอย่าเก็บไว้เลย พอเทออกมา เห็นว่าที่แท้เป็นชานหมากนี่เอง

ทะเลาะกันเกือบตาย แท้จริงแล้วเจ้าตัวอุบาทว์ก็คือ ความรั้นในตัว

ความถือรั้น ไม่ยอมกัน คือ ตัวอุบาทว์ ที่ต้องทำให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน มีเรื่องมีราว เพราะความถือรั้น

เพื่อนฝูงคบกันมานานแสนนาน ทะเลาะกัน แตกหักกันไปก็เพราะความถือรั้น ไม่ยอมกัน

บางทีรู้ทั้งรู้ว่าเราผิด แต่ไม่ยอมรับผิด กลัวเสียหน้า เสียเหลี่ยม จะไว้เหลี่ยม ซึ่งมีดีตรงไหนก็ไม่รู้

กลัวเสียเหลี่ยมเลยยอมทะเลาะกันและยอมมีความทุกข์อยู่อย่างนั้น ก็เพราะความถือรั้น นี่คือตัวอุบาทว์ของแท้

ขอบคุณที่มา :: https://prakal.wordpress.com/

...

นอกจากจะมี “ตัวอุบาทว์” แล้ว ดิฉันชักสงสัยแล้วว่าจะมี “ตัวบ่าง” ที่คอยยุคนไทยให้ทะเลาะกันเองด้วยหรือเปล่า

เลิกจ้องจับผิดกันเอง แล้วหันมาร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติดีกว่านะคะ

...

สังคมไทยกำลังเป็นอะไร
ทำไมถึงชอบใส่ร้ายป้ายสีกัน
หรือว่าอุบาทว์กำลังลง

เกิดอะไรขึ้น!!! กับอิสลามในหลายประเทศ

ศาสนาอิสลามกับรุนแรงและอันตรายสุดขีด

ทั่วโลกเขารู้แล้วว่าศาสนาอิสลามเป็นภัยต่อประเทศเขา
มีแต่ประเทศไทยกำลังเอาไฟเผาตัวเองอยู่ทุกวันนี้

อ่านให้จบแล้วส่งต่อ

Finally, some actions are taken...
ในที่สุด มาถึงจุดที่สุดจะทน
ประเทศแรกที่จะห้ามอิสลาม:
มาดูกันว่าโลกที่ก้าวพัฒนาไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับปัญหาความรุนแรงและอันตรายสุดขีดของศาสนาอิสลาม ที่ได้รุกคืบเข้าไป

• คิวบาปฏิเสธคำขอสร้างมัสยิดแห่งแรก

• แองโกล่าประเทศในทวีปอาฟริกานับว่าเป็นประเทศแรกที่สกัดกั้นอิสลาม

• ประเทศนอรเวย์นับว่าเป็นประเทศล่าสุดที่มีการขับชาวมุสลิมเป็นจำนวนมากออกนอกประเทศ
       
• ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่ไม่ให้สัญชาติแก่พลเมืองที่นับถือศาสนาอิสลาม

• ประเทศเยอรมันเพียงชาติเดียวในปีที่ผ่านมา ที่มีการต่อต้านสุเหร่า 81 แห่ง

• ตำรวจออสเตรเลียได้จับกุมมุสลิม 13 คนในข้อหาสงสัยว่ารวบรวมคนเข้าร่วมทำสงครามจีฮัด

• ศาลจีนได้พิพากษาจำคุกมุสลิม 22 คนเป็นเวลา 5 ถึง 16 ปีในความผิดในการปลุกระดมเผยแพร่ความเกลียดชัง และได้ประหารชีวิต นักจีฮัด 8 คนในการรณรงค์แบ่งแยกดินแดน

• รัฐบาลออสเตรเลียมีแผนจะปรับลดเกณฑ์ของอายุในการจับกุมและตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมายฯสำหรับขบวนการก่อการร้าย

• หน่วยงาน จีฮัด ของกระทรวงมหาดไทยอังกฤษได้เตรียมที่จะนำเสนอ “การจัดระเบียบต่อต้านสังคม” กับพวกมีพฤติกรรมสุดโต่ง ควบคู่กับการเป็นพลเมืองอังกฤษ

• สาธารณรัฐเช็คไม่ต้อนรับอิสลามเข้าสู่ประเทศของเขา

• การสวดมนต์ของชาวมุสลิมถูกห้ามใช้ในอาคารของรัฐบาลและโรงเรียนในซินเจียง

• อลาบามามีการแก้ไขความขัดแย้งใหม่ที่จะห้ามการอ้างถึงกฎหมายต่างประเทศซึ่งจะรวมถึงกฎหมายอิสลามด้วย

• สหพันธ์การป้องกันประเทศโปแลนด์ออกคำเตือนชาวมุสลิม ทั้ง 16 จังหวัด แนะนำให้รู้จักกับกฎหมายชารีอะห์

• ได้มีมุสลิมบางคนในภาคเหนือของไอร์แลนด์ ประกาศแผนการที่จะย้ายออกจากประเทศเพื่อหลบเลี่ยงการต่อต้านอิสลาม คำประกาศดังกล่าวมาหลังจากที่การโจมตีในครอบครัวมุสลิมในเมืองเบลฟาส เมื่อการจลาจลได้บุกเข้าไปถึงบ้านของพวกเขา

• นอร์ทแคโรไลนาห้ามนำกฎหมายอิสลามมาใช้ในรัฐ

• สมาชิกรัฐสภาดัตช์ เรียกร้องให้มีการกำจัดมัสยิดทั้งหมดในเนเธอร์แลนด์

• สมาชิกรัฐสภาดัตช์ : เราต้องการทำความสะอาดประเทศของเราไม่ต้องการให้มีศาสนาอิสลามในเนเธอร์แลนด์

• สมาชิกสภารัฐสภาฯดัตช์ Machiel De Graaf พูดในนามของพรรคเพื่อเสรีภาพ (Party for Freedom หรือ Partij voor de Vrijheid)แห่งรัฐสภาดัตช์

"มัสยิดทั้งหมดในเนเธอร์แลนด์ควรจะปิดตัวลง"
ถ้าไม่มีอิสลาม, เนเธอร์แลนด์จะเป็นประเทศที่ยอดเยี่ยมที่สุด
นักการเมืองดัตช์ Machiel de Graaf ได้กล่าวกับ พรรค PVV (Party for Freedom หรือ Partij voor de Vrijheid)

ช่วยกันส่งต่อๆไปให้ได้อ่านกันทุกท่าน

ประเทศไทยวันนี้ เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง???

คสช. นำโดย ประยุทธ์ นำพาประเทศไทย มาถึงจุดนี้ได้ยังไง ????


พุทธมณฑลวันนี้ คณะสงฆ์จากทั่วประเทศรวมตัวสัมมนา 
"สกัดขบวนการล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย"

ผลักดันร่างรธน.ให้บรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ!!!



     ทหารปิดล้อม ไม่ให้พระสงฆ์เข้าพุทธมณฑลกักรถอาหาร ไม่ให้รถอาหารเข้ามีการผลักดันพระสงฆ์!!!



     พระที่ไปล้วนแล้วแต่เป็น พระเกจิอาจารย์ดังๆพระชั้นผู้ใหญ่ในประเทศ....!!! ทำไม รัฐบาลทหาร ถึงไม่ใช้วิธีประณีประนอมกว่านี้!!!



  หรือ รัฐบาลทหารนำโดยพลเอกประยุทธ์ ยอมก้มหัวให้ พุทธอิสระ พระอันธพาล เพียงคนเดียว???????????!!!!!!



 #‎ไม่ฟังเสียงสงฆ์ทั้งประเทศแต่... ฟังเสียง มารห่มเหลือง!!!!!!!!!!
ฤ ถึงคราว ที่ศาสนาพุทธ จะเข้าสู่กลียุค เสื่อม?



คสช เฮิมหนัก!!!! นาทีปะทะ!! #ทหารต่อยพระสงฆ์!!

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ข่าวใหญ่แบบนี้ แต่ไทยปิดเงียบ!

ข่าวใหญ่แบบนี้ แต่ไทยปิดข่าว! 
นายกฯสองพี่น้องคนดังของไทย 
ติดอันดับโลก..
.
.
ส่วนนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 
ไม่ยอมน้อยหน้าติดอันดับโลกไปกับเขาด้วย. 


นักประวัติศาสตร์ได้จัดอันดับ ผู้นำประเทศที่ดีที่สุด 
และ ผู้นำที่เลวที่สุด และ ผู้นำที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุด 


บรรดานักประวัติศาสตร์ได้ประชุมจัดลำดับผู้นำนานาประเทศ 
ที่สหประชาชาติ 
และผู้นำไทยติด ในลำดับนั้นด้วย 

เปิดเผยโดยนิตยสาร 
“ฟอรีน โพลิซี” (Foreign Policy) 
เจ้าของเดียวกับ ัหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ 
ที่ได้เคยตีพิมพ์ 

โดยผู้เขียนที่ชื่อ Joshua E.Keating 
ได้เปิดเผยไว้ ดังนี้ 
เป็น 3 กลุ่ม คือ 

1.ผู้นำที่ดีที่สุด 
2.ผู้นำที่เลวที่สุด 
3.ผู้นำที่เป็นที่นิยมชื่นชอบของประชาชนที่สุด ดังนี้คือ

กลุ่มผู้นำที่ดีที่สุด ได้แก่
1. อดีตประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ผู้นำคนที่ 16 แห่งสหรัฐฯ
2. อดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ผู้นำคนท่ี 35 ของสหรัฐฯ
3. อดีตประธานาธิบดี แฮร์รี เอส. ทรูแมน ผู้นำคนที่ 33 แห่งสหรัฐฯ
4. อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำคนที่ 23 แห่ง
    ประเทศไทย

กลุ่มผู้นำที่เลวที่สุด
1. อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำคนที่ 27 แห่ง
    ประเทศไทย
2. JOSEPH ESTRADA ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ปี 1998-2001
3. OBASAN JOOLESEGUN  ประธานาธิบดีไนจีเรีย ปี 1999-2007
4. นาย JOSE MARIA AZNAR นายกรัฐมนตรีสเปน ปี 1996-2004
5. GERHARD SCHRODER นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ปี 1998-2005

กลุ่มผู้นำที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุด
1. นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ผู้นำคนที่ 28 แห่ง
    ประเทศไทย 
2. ประธานาธิบดี (หญิง)อากาธี อูวิลิงกิยิมานา แห่งประเทศรวันดา
3. อดีตประธานาธิบดี เจมส์ บูคานัน ผู้นำคนที่ 15 แห่งสหรัฐฯ
4. อดีตประธานาธิบดี แอนดรูว์ จอห์นสัน ผู้นำคนที่ 17 แห่งสหรัฐฯ

กรุณาส่งต่อ เพื่อให้คนไทย ได้รู้ความเป็นจริง