พระลิขิตฉบับจริง หรือฉบับปลอม มาพิสูจน์กันให้ชัดๆ

วันก่อนมีคนเอาเอกสารนี้ มายืนยันพระลิขิต ว่าเป็นตัวจริง



     น้องแสนดีเห็นก็ขำครับ เอาพระลิขิตฉบับจริง ที่ไม่ใช่ตัวก๊อบปี้มาก็จบแล้ว ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากทำไม เลยเอาเอกสารรับรอง มาให้ดูกันชัดๆดีกว่าครับ และข้อมูลเพิ่มเติม น้องแสนดีก๊อบมาเลยนะครับ เพราะไม่อยากตัดรายละเอียด

     เรื่องนี้ถูกนำมาเปิดประเด็นว่าหลวงพ่อธัมมชโยควรจะต้องอาบัติปาราชิกไปแล้วตั้งแต่ปี 2542 โดยอ้างถึงเอกสารพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นคำถามว่า เอกสารดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร มีใครหรือขบวนการใดๆทำให้เกิดขึ้นมาหรือไม่


     เพราะมีประเด็นเรื่องการใช้ตัวเลขอารบิค แทนที่จะเป็นตัวเลขไทย ซึ่งปกติพระลิขิตตลอดเวลาที่ผ่านมา จะเป็นเลขไทยเท่านั้น แต่เอกสารดังกล่าวกลับมีตัวเลขอารบิคปนอยู่มั่วไปหมด หนำซ้ำขนาดและรูปแบบตัวหนังสือที่ดูแตกต่างกัน โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มีการวงเล็บ วันเดือนปี ที่เป็นตัวเลขอารบิคนั้น แตกต่างจากตัวอักษรส่วนใหญ่ในพระลิขิตอย่างชัดเจน

    จึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสะเทือนใจ เพราะล่วงเลยไปถึงขั้นว่า มีการปลอมพระลิขิตเกิดขึ้นหรือไม่… 

     ซึ่ง บางกอก ทูเดย์มองดูปรากฏการณ์นี้ด้วยความวิตกกังวลและห่วงใยในพระพุทธศาสนาที่สำคัญห่วงใยไปถึงการก้าวล่วงพระเกียรติของสมเด็จพระสังฆราชผู้อยู่ในใจของพุทธศาสนิกชนไทยทุกคน

     เพียงเพราะต้องการเอาชนะกันของใครบางคนที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้มีเอกสารเกี่ยวกับพระลิขิตว่อนไปหมด และทำให้เกิดการเปิดหลักฐานว่า จริงๆแล้วมีการปลอมพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชเกิดขึ้นจริง มีการอ้างหลักฐานเรื่องการปลอมพระลิขิต ปลดนายบัณฑูร ล่ำซำ ผู้จัดการและประธานมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ จากตำแหน่ง ว่าได้มีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามให้สืบสวนในทางลับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 จนในที่สุดวันที่ 30 กรกฎาคม 2545 กองพิสูจน์หลักฐานได้ออกรายงานที่ 1001/2545 ลงความเห็นว่า ลายเซ็นของสมเด็จพระสังฆราช ในเอกสารทั้ง 6 รายการ เป็นลายเซ็นปลอม และได้มีการดำเนินคดีกับผู้รับใช้ใกล้ชิดในวัดบวรนิเวศหลายคน ในข้อหา “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม” (เอกสาร1)

     แล้วก็เป็นอย่างที่ห่วงจริงๆ เพราะเมื่อมีการตั้งข้อสงสัยว่าเอกสารพระลิขิตมีใครทำขึ้นมาหรือไม่ ก็เกิดมีเอกสารมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 16/2542 ออกมาอีกฉบับ เพื่อมุ่งยืนยันว่าพระลิขิตนั้นเป็นพระลิขิตจริง มีการอ้างถึงกรณีเอกสารวันที่ 26 เมษายน 2542 ด้วย ดังกล่าว (เอกสาร2)

    ปัญหาก็คือเอกสารนี้ก็ถูกตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปอีกเช่นกัน เพราะยังคงมีประเด็นเดิมคือ มีตัวเลขอารบิคปนมา ในขณะที่การกรอกตัวเลขมติ ใช้เลขไทย หรือแม้แต่การลงลายมือชื่อของผู้ลงนามในเอกสารก็ยังใช้เลขไทยว่า ๒๐ พ.ค.๔๒ ใต้ชื่อของนายประยูร รักยิ้ม

     แถมตัวอักษรที่พิมพ์ชื่อนายประยูรก็คนละขนาดอีกแล้ว ตำแหน่งที่ควรจะพิมพ์ให้ชัดเจนว่าตำแหน่งอะไร ก็กลับใช้ลายมือเขียนเอาเอง ใต้ตัวพิมพ์ชื่อที่เอียงๆอย่างเห็นได้ชัด

     ทำให้เกิดประเด็นสืบค้นกันว่าแล้ว “นายประยูร รักยิ้ม” ผู้นี้เป็นใคร? ถึงได้มาเป็นผู้ลงนามในเอกสารสำคัญเช่นนี้

     ผลจากการสืบค้น เอกสารจากมติมหาเถรสมาคมช่วงปี 2542 ไม่สามารถที่จะค้นได้ว่านายประยูร ทำหน้าที่อะไร แต่มาพบในเอกสารมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 20/2545 เรื่องการขออนุมัติจ้างลูกจ้างชั่วคราวเป็นรายปี โดยอ้างมติเมื่อ วันที่ 20 กันยายน 2544 ที่ให้กรมศาสนาจ้างนายประยูร รักยิ้ม เป็นลูกจ้างชั่วคราวเป็นรายปี ในตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม เงินเดือนเดือนละ 10,000 บาท โดยจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2544 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2545 ซึ่งเอกสารดังกล่าวอ้างว่าเพื่อประโยชน์ในงาน จึงสมควรอนุมัติให้จ้างต่ออีก 1 ปี คือตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2545 ไปถึง 30 กันยายน 2546 โดยเพิ่มเงินเดือนเป็น 24,170 บาท เอกสารลงนามโดย นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมศาสนา (เอกสาร 3)

     และเอกสารมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 21/2546 ก็มีการอนุมัติการจ้างนายประยูร รักยิ้ม เป็นลูกจ้างชั่วคราวเป็นรายปี ในตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม ต่ออีก 1 ปี คือตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2546 ถึง 30 กันยายน 2547 เอกสารลงนามโดย นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม (เอกสาร 4)

     ถ้านับตามหลักฐานที่ปรากฏ นายประยูรเข้ามาทำหน้าที่ในปี 2544 แล้วไฉนจึงสามารถลงนามในเอกสารปี 2542 ได้ และที่สำคัญตำแหน่งที่ปรึกษาที่เป็นลูกจ้างรายปี เงินเดือนแค่ 10,000 บาทในปี 2544 สามารถมาลงนามในเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเอกสารพระลิขิตได้หรือ?
.........................

     การันตี? ใช้ของปลอม การันตี นี่ไม่ปลอม จะเมามอม ผู้คน ไปถึงไหน เอาของปลอม มารองรับ กันทำไม เพื่ออะไร ไร้ค่า อยู่เช่นเดิม

     จุดสังเกต หลายแห่ง ก็ดูแปลก ทั้งไทยแยก อารบิก สลับเพิ่มอีกตัวฟอนท์ ก็เฉเฉียง เอียงกว่าเดิม ถามเพิ่มเติม นี่ลายเซ็น ของผู้ใด ?


น้องแสนดี ขี้สงสัย

m.facebook.com/nongsaandee/photos/a.1687392191533460.1073741827.1687389814867031/1699963633609649/?type=3&theater
พระลิขิตฉบับจริง หรือฉบับปลอม มาพิสูจน์กันให้ชัดๆ พระลิขิตฉบับจริง หรือฉบับปลอม มาพิสูจน์กันให้ชัดๆ Reviewed by Numjai Pimsuy on 06:08 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.