จับผิดศิษย์ธรรมกาย >>กสทช.สั่งระงับเผยแพร่ภาพและเสียง DMC !!

ทนายได้พยายามค้นหาช่องว่างของศิษย์ธรรมกายหลายคน ทั้งหญิงและชาย เพื่อมาตีแผ่

เจอศิษย์ท่านหนึ่ง เป็นถึง ดร.มีฐานะมั่นคง เพราะได้ผลบุญจากการเข้าวัดฟังธรรมตามคำสอนสั่งของหลวงพ่อธัมมชโย

ทนายได้แอบเอาคำพูดของท่านมาเขียนหลายคร้้งแล้ว วันนี้ก็จะขอแอบเอามาเขียนอีก

ท่านว่า ไม่มีอะไรจะน่าเกลียดมากเท่ากับการขู่จับสึกพระผู้ใหญ่ วัยชราแถมอาพาธ ที่ทำคุณกับพระศาสนามากมายขนาดนี้!


ทีวีเผยแพร่ธรรมะ กลับตีความว่า เป็นการปลุกระดมคนเข้าวัด ไม่ต้องปลุกระดมคนก็เข้าวัดอยู่แล้ว การเข้าวัดไปฟังธรรมฟังเทศน์ แทนที่จะสนับสนุน กลับมาข่มขู่กัน มันมีที่ไหนในโลกนี้เขาทำกัน

ทุกศาสนาต้องการคนเข้าศาสนสถาน เพื่อกิจกรรมตามศาสนาที่เขานับถือ! 

แต่นี้เมืองไทย เมืองพุทธ กลับมาบีบไม่ให้คนเข้าวัดฟังธรรม เมืองพุทธนะ ไม่ใช่เมืองบาป น้ำเสียงของท่านโมโหมาก

การขอหมายค้น ต้องไปให้การต่อศาลเพื่อให้ศาลเชื่อว่า หลวงพ่ออยู่ในวัดจริง ถ้าศาลออกหมายค้นแล้ว ไม่เจอหลวงพ่อละ จะว่าอย่างไร แต่ถ้าเจอหลวงพ่อนอนป่วย แล้วจะตอบสังคมอย่างไร

อย่าลืมว่าหลวงพ่อเพียงถูกกล่าวหา ท่านยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ การใช้กำลัง หกเจ็ดร้อยคน ระดมสรรพกำลังทุกอย่าง พร้อมกับปิดทีวี นี้หรือคือการจับพระชราฯ



ลองบุกวัดมีคนตาย ถึงศาลโลกแน่นอน นี้คือคำขู่!!

มันเกินไปหรือเปล่า เวลาอีก ๑๕ ปี ทำไมต้องรีบร้อน หลวงพ่อท่านไม่หนีไปไหนหรอก ท่านบอกแล้วว่าท่านยอมตาย ไม่ยอมหนี

ค่อยๆหาทางออกแบบสันติ ด้วยการเจรจาไม่ได้หรือ นี้คือคำถาม??

เวลาลงจากอำนาจแล้ว อย่าลืมนะ กงกำกงเกวียนมันหมุนมาหาแน่นอน นี้คล้ายๆคำแช่ง!



เดี๋ยวว่างๆ ทนายจะหา อำนาจหน้าที่ ของ กสทช.ว่า สามารถปิดสถานีฯ ได้หรือไม่ได้ นี้คือข้อสงสัย

ทนายขอบอกว่ายังจับผิดศิษย์ธรรมกายไม่เจอ เจอแต่จะมาสอนธรรมะทนาย เป็นพ่อพระแม่พระ กันไปหมดแล้ว นี้คือความจริง.

 ----------------------

กสทช.สั่งระงับเผยแพร่ภาพและเสียงสถานีโทรทัศน์วัดพระธรรมกาย (DMC) ชี้เนื้อหาไม่เหมาะสม หลังดีเอสไอส่งหนังสือระบุว่าอยู่ระหว่างกำหนดแผนจับกุม "พระธัมมชโย" หวั่นเป็นช่องทางปลุกปั่นมวลชนต่อต้านอำนาจรัฐ

วันนี้ (7 ธ.ค.2559) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงเลขาธิการ สำนักงานคระกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 




เพื่อขอให้พิจารณาระงับการเผยแพร่ภาพและเสียงผ่านสถานีโทรทัศน์วัดพระธรรมกาย(DMC) เป็นการชั่วคราว โดยระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างการกำหนดแผน เพื่อเข้าตรวจค้นและจับกุม พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา 

จากคดีร่วมกันฟอกเงิน ร่วมสมคบคิดกันฟอกเงิน และร่วมรับของโจร กรณีรับเช็คจากอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

ซึ่งปรากฎข้อมูลว่าสถานีโทรทัศน์ธรรมกาย(DMC) ทำการเผยแพร่ข่าวสารให้ปรากฎแกบุคคลทั่วไป เชิญชวน เรียกร้องให้บุคคลที่มีความเชื่อถือและศรัทธาต่อวัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโยมารวมตัวที่วัดพระธรรมกายเพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนา 

แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวางไม่ให้พนักงงานปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือไม่ให้ผู้ต้องหาถูกจำกุมไปดำเนินคดีตามกฎหมาย อันเข้าข่ายมีพฤติการณ์กระทำความผิดอาญา 

ซึ่งหากปล่อยให้สถานีโทรทัศน์ธรรมกาย เผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายชักชวน ยุยง เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน อาจก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่จนเกิดเป็นเหตุรุนแรงต่อความมั่นคงแห่งรัฐได้

ล่าสุด นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันว่า คณะกรรมการประชุมและมีมติสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ ช่อง DMC เป็นเวลา 15 วัน ตาม ม.64 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และตาม ประกาศ คสช. ฉบับ 97 โดยเห็นว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสมซึ่งการจัดรายการโทรทัศน์

-------------------------------

ช่อง DMC เป็นรายการธรรมะ ไม่ใช่รายงานปลุกระดม!!
  
เราเชื่อมั่นมาตลอดว่าสิบกว่าปี ช่องนี้ได้สร้างคนดีให้กับสังคมไทยมากมาย!

เรายอมไม่ได้ที่จะมาปิดช่อง ด้วยข้อกล่าวหาว่าเนื้อหาไม่เหมาะสม และเข้าข่ายปลุกระดม!!!

มีคนจำนวนมากเปลี่ยนแปลงตนเองหลังจากได้ฟังธรรมะ! 

ดังนั้น การปิดช่อง DMC ด้วยเหตุที่ไม่เป็นจริง จึงไม่สมควร เพราะเป็นการปิดโอกาสคนทั้งโลกในการเข้าถึงธรรมะ 

ซึ่งคนที่เข้าใจพระพุทธศาสนาจะรู้ว่า การที่คนๆหนึ่งได้เข้าใจธรรมะคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา

Cr. กองการคณะสงฆ์ 07.12.2559,
ทนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล ทนายผู้พิทักษ์ศาสนา
พุธ ๗ ธค ๕๙ ๑๐.๕๒ น.
จับผิดศิษย์ธรรมกาย >>กสทช.สั่งระงับเผยแพร่ภาพและเสียง DMC !! จับผิดศิษย์ธรรมกาย >>กสทช.สั่งระงับเผยแพร่ภาพและเสียง DMC !! Reviewed by Numjai Pimsuy on 00:25 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.