ปัญหาอยู่ที่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะรู้สิทธิ์ในการได้รับคุ้มครองได้อย่างไร ??

กฎหมายมีเป็นร้อยช่อง ฟ้องช่องโน้นไม่ได้ ก็ย้ายมาช่องนี้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะรู้สิทธิ์ ในการได้รับคุ้มครองได้อย่างไร ??



ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะเปิดโอกาสให้ได้ใช้สิทธิ์คุ้มครองประชาชนหรือไม่ ??

 นึกแล้วก็สะท้อนใจ ประชาชนตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้กระบวนการพิจารณาคดีทางกฎหมาย

 ไม่มีทางต่อสู้กับคนตัวโตที่รู้กฎหมายและมีอำนาจรัฐในมือได้เลย .. 

กว่าจะได้รับความยุติธรรม ประชาชนตาดำๆ คงหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด ถ้าไม่อัพเกรดปัญญาและไม่สร้างเครือข่ายคนดีคงอยู่ในโลกนี้ยากขึ้นทุกวัน





Cr.Ptreetep Chinungkuro


กรณีของหลวงพ่อธัมมชโย ก็มี"สิทธิ์" และขอใช้"สิทธิ์" บ้างการที่พนักงานเร่งรัดตั้งข้อหาไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องมาร้องขอความเป็นธรรมคือ..

1.กรณีการตั้งข้อหาในคดีพิเศษ 63/2557 ซึ่งดีเอสไอตั้งข้อหา นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์กับพวกฐานฉ้อโกงประชาชน แสดงให้เห็นว่าเป็นเงินของกลางในคดีอาญา ที่ต้องคืนประชาชนผู้เสียหาย

2. คดีพิเศษที่ 146/2556 ดีเอสไอตั้งข้อหานายธวัชชัยกับพวกว่าลักทรัพย์นายจ้าง เจ้าของทรัพย์คือสหกรณ์ นายจ้างศุภชัย


3.เจ้าของทรัพย์คดี 146/2556 คือสหกรณ์ ส่วน เจ้าของทรัพย์คดี 63/2557 คือประชาชน ทั้งที่เป็นทรัพย์จำนวนเดียวกันดังนั้นทนายเห็นว่าการดำเนินคดีทั้งสองมีความขัดแย้งกัน

4.คดีฟอกเงินล่าสุดในคดีพิเศษ 27/2559 ตั้งข้อหาจากคดีมูลฐานคือฉ้อโกงประชาชน แต่คดียังไม่เป็นที่ยุติว่าทำผิดตามที่กล่าวหา

ขอถามว่า การสั่งฟ้องหลวงพ่อ ผู้ไม่ได้ทำความเสียหายให้แก่สหกรณ์แม้แต่บาทเดียว ซ้ำยังเป็นบุคคลเดียวผู้ช่วยเหลือสหกรณ์ ไม่ให้ต้องประสบปัญหาล้มละลายอยู่ในขณะนี้ 


มันเป็นความชอบธรรมโดยกฎหมายหรือไม่ ? มันเป็นความยุติธรรมต่อประชาชนหรือไม่ ? มันเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เสียหายให้มากขึ้นใช่หรือไม่?

สุดท้าย ก็จะกลายเป็นการหลอกใช้กระบวนการยุติธรรมมาทำร้ายประชาชนบริสุทธิ์!

และผู้ให้การช่วยเหลือชาวสหกรณ์มาตลอดสามปีนี้ ขอยืนยันความบริสุทธิ์หลวงพ่อ อย่าทำลายพระดีๆ อย่าทำลายศรัทธาของชาวพุทธ!!
ปัญหาอยู่ที่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะรู้สิทธิ์ในการได้รับคุ้มครองได้อย่างไร ?? ปัญหาอยู่ที่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะรู้สิทธิ์ในการได้รับคุ้มครองได้อย่างไร ?? Reviewed by Numjai Pimsuy on 01:25 Rating: 5

1 ความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.